อัพเดท Skill Care 2017: Dior ONE ESSENTIAL Skin Boosting Super Serum

Dior 
ONE ESSENTIAL  
Skin Boosting Super Serum




 ได้ลองตัว Sample Size ของ One Essentail มาใช้คราวก่อนก็รู้สึกชอบ รู้สึกหน้านุ่ม เด้งดี แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อมาใช้จริงจัง 

จนมาครั้งนี้ได้ลอง Sample ตัวใหม่ของ One Essentail อีกครั้ง
 ในสูตรใหม่ Skin Boosting Super Serum 
ก็ยังรู้สึกติดใจไม่ต่างจากครั้งแรก 
แต่คราวนี้รู้สึกว่าเซรั่มเค้าเข้มข้นกว่าเดิม  หน้านุ่มดี 

พอดีไปเดินเล่นแถวๆเคาน์เตอร์ 
ก็ยังไม่ได้สนใจเรื่องสรรพคุณของนางเท่าไร 
แต่พอบอกว่าช่วยเรื่องริ้วรอยได้นะ 
ก็อดใจไม่ไหว เสียเงินมาจนได้


มาดูประสิทธิภาพของนางดีกว่า
ตัวนี้สูตรใหม่จะเน้นเรื่องดีท็อกซ์ผิว เช่นพวกมลภาวะความเครียดต่างๆ รังสียูวี สารประกอบอินทรีย์ระเหย (ก็เช่นพวกสารที่ปนๆกับพวกเฟอร์นิเจอร์ พรมปูพื้น เครื่องใช้ไฟฟ้า) คือถ้าอยู่กับมันมากๆ ก็อาจจะซึมเข้าสู้ผิวได้ ซึ่งตรงนี้แหละเป็นหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอย และผิวจะดูหม่องคล่ำลง

คือถ้าใช้ต่อเนื่องทุกวัน 
ผิวหน้าจะปราศจากมลภาวะ ท้อกซิน
ผลที่ได้รับคือ (สรรพคุณที่เค้าเครมไว้)
* ผิวหน้าดูเอิ่มอิ่ม เต่งตึง 
* ผิวหน้าดูสดใสขึ้น เปล่งปลั่งเป็นประกาย
* ผิวหน้าดูกระชับขึ้น 
* ริ้วรอยลึกจะแลดูลดเลื่อนลง
* ผิวนุ่มละมุน




อ่ะเวิ่นมาเยอะล่ะ 
ได้มาในไซส์ 75 ml ราคาเต็มจำไม่ได้
 รู้แต่ว่าลดแล้วเหลือประมาณ ห้าพันปลายๆ เกือบๆ หกพัน



แพกเกจจิ้งแข็งแรงดีมาก หัวปั้ม



เนื้อเซรั่มขาวข้น มีกลิ่นหอมค่อนข้างฉุนเลย
ทาง่าย ซึมเร็ว พอแห้งแล้วรู้สึกว่าหน้านุ่มเลย
ลองแตะๆจะรู้สึกหนึบๆนิดๆ แต่ไม่มัน 


ส่วนตัวจะใช้แค่ก่อนนอน เพราะเคยใช้ก่อนแต่งหน้าแล้ว
ไม่เวิกค์เลย หน้าจะเป็นคราบ ลงคูชั่นหรือรองพื้นไม่ติดเลย 
นอกจากวันไหนไม่ได้แต่งหน้าก็ลงตอนเช้าได้

เราใช้ก่อนนอน เป็นตัวแรกก่อนลงบำรุงอื่น
 วันไหนหน้าโรยมากๆก็ใช้ต่อจากน้ำตบ Skii เลย

ผลจากที่ใช้มาเกือบ 2 วีค อย่างที่บอกตอนแรกคือหน้านุ่มดี
หน้าดูสดชื่นขึ้น จะลื่นๆเนียนๆ ตอนเช้าตื่นมาส่องกระจก
หน้าไม่เหนียก หน้าดูสดใสดี ส่วนเรื่องริ้วรอยยังมองไม่ค่อยออกว่าลดเลื่อนลงมั้ย และผิวดูแข็งแรงขึ้นคือดูไม่หย่อนย้อย แต่รูขุมขนยังไม่ดูเล็กลง คือยังแลดูเท่าเดิม 
อ่ะยังต้องให้เวลาเค้าทำหน้าที่กับผิวเราต่อไปอีก 


หวังว่าใครที่มองหาเซรั่มบำรุงอยู่ รีวิวนี้จะพอเป็นข้อมูลให้ได้บ้างน่ะค่ะ


🙏🙏🙏🙏


  





อัพเดทลิปสติกเนื้อแมท 10 ไอเทม



อัพเดทลิปสติกเนื้อแมท 10 ไอเทม
ไปค่ะ...

เริ่มจากราคาเบาๆ

💋 Wet n Wild
💋 Mayballine







Wet n Wild จะทาย้ำๆเยอะหน่อยค่ะ 
เพราะสีที่ใช้นั้นจะชมพูนมมากๆ
 เลยจะกลบสีปากเดิมยากหน่อย
 เพราะอยากให้สีออกมาชัดที่สุด

Maybelline  เนื้อจะแมทกว่าWet n Wild
ทาซ้ำหลายรอบเหมือนกันกว่าสีจะชัด

ทั้ง 2 ตัว ควรลงลิปปาล์มบำรุงให้ชุ่มชื่นก่อน
 เวลาทาจะสวยขึ้นค่ะ

💄💄💄💄💄💄💄💄

  ต่อค่ะ...
อัพเดทลิปสติกเนื้อแมท 10 ไอเทม
💋MAC




 Retro matte Liquid จะแมทกว่า ปากจะดูตุ่ยกว่า 
เราว่าจริงๆทาลื่นมือกว่าแบบ Satin 
และคอลโทรลมือยากกว่าแต่ทาออกมาปากดูอิ่มกว่า Satin  

ทั้ง 2 รุ่น เม็ดสีชัด 
เราลองโดยไม่ลงลิปปาล์มก่อน
และปกติปากเราจะค่อนข้างแห้ง 
ทาออกมาก็ไม่ลอกไม่ขุยนะค่ะ 
กลบร่องริมฝีปากใช้ได้ แต่ต้องลงซ้ำสักหน่อย
*แต่ให้ดีควรลงลิปปาล์มก่อนเพื่อความสวยยิ่งๆขึ้นค่ะ*
ติดนานมากกก แต่อาจมีเติมบ้างถ้าเรากินหรือดูดน้ำบ่อย

💋💋💋💋💋💋

อัพเดทลิปสติกเนื้อแมท 10 ไอเทม
💋 URBAN DECAY Comfort Matte




Comfort Matte  เนื้อลิป ทาค่อนข้างง่ายกว่า
แม้ปากแห้งไม่ได้ลงปาล์มก็ทาแล้วเอาอยู่ ไม่ลอกไม่ขุย
กลบร่องริมฝีปากได้ดี  สีชัดดี เกลี่ยง่ายสุด เวลารีบๆก็เอาอยู่
ติดทนน้อยกว่า Mac  Retro matte Liquid 

💋💋💋💋💋💋💋💋💋


อัพเดทลิปสติกเนื้อแมท 10 ไอเทม
💄the Balm
Meet Matte Hughed



สี # CHARISMATIC
💋💋

เม็ดสีชัดมากกกก จากภาพที่สวอทเราทาวนๆสองรอบ 
จะได้สีตามภาพ  ถ้าทารอบเดียวสีจะค่อนข้างอ่อนและนู๊ดมากหน่อย 
อันนี้แล้วแต่โอกาสว่าอยากได้เข้มหรืออ่อน
ทาง่าย ลื่น แต่มือต้องนิ่งหน่อยนะเวลาทาลิควิคลิปเนียะ 
กลิ่นเมนทอล มินท์ๆ เย็นๆปาก 
ปากแห้งก็ใช้ได้ดี แต่ควรลงปาล์มก่อนมันจะดีกว่ามาก
ติดทนทานสะเทินน้ําสะเทินบกมากเอาสบู่มาถูยังไม่ออก

ระหว่างวันถ้ากินหรือดูดน้ำเยอะ ก็มีจางลงบ้าง 
ระหว่างเช้า-เย็น มีเติมประมาณ 1-2 รอบ


💋💋💋💋💋

อัพเดทลิปสติกเนื้อแมท 10 ไอเทม
Lime Crime
Velvetines


 มี 2 สี 
💄ELLE
💄 BLEACHED


💋ดูจากภาพสีดูต่างกันนิดหน่อย
แต่ทาออกมาจริงๆแล้วสี  BLEACHED จะออกสีชมพูหวานกว่า
สี ELLE จะไปทางน้ำตาลเข้มอมชมพูนิดๆ


ภาพด้านซ้าย ทาเสร็จก็ถ่ายเลย 
เนื้อลิปยังไม่แห้ง ออกมาประมาณนี้จะดูฉ่ำๆ
ส่วนภาพขวา แห้งแล้วจะดูแมทเป็นกำมะหยี่มากขึ้น

ทาลื่นเหมือนกับลิควิคแมทยี่ห้ออื่นๆ
มีกลิ่นเคมีนิดๆ ไม่ฉุนมาก ทาเสร็จกลิ่นก็จางไป
ติดทนพอๆกัน สะเทินน้ําสะเทินบกได้ดี
ระหว่างวันมีเติมช้ำครั้งสองครั้งเหมือนกันเพื่อความสวยคงที
อยากทาลิควิคแมทให้สวย
ก็อย่าลืมสครับปากและลงปาล์มก่อนบำรุงก่อนนะค่ะ

💄💄💄💄💄💄💄
หวังว่าการแบ่งปันข้อมูลนี้
คงพอเป็นข้อมูลให้กับคนที่มองหาลิปสติกแท่งใหม่นะค่ะ

  🙏






รีวิว Skincare 2017 1/3: Dior Capture Totale Cellular Lotion # Dior Hydra Life Fresh Hydration Sorbet Creme



 Dior 
Capture Totale Cellular Lotion


ตัวเป็น Sample Size  ที่ได้มาจากเชทกระเป๋า Dior อีกที
 เลยมีโอกาสได้ลอง
เพื่ออยากรู้ว่าผลลัพธ์เป็นยังไง
 เราเลยหยุดน้ำตบป้าเจี้ยบไว้สักพักแล้วมาลองใช้ตัวนี้แทน 

ตัวนี้เปรียบเหมือนโทนเนอร์อ่ะแหละ
ไว้ลงก่อนเป็นสิ่งแรก
คุณสมบัติคร่าวๆคือ...มาในไลน์ของ Capture Totale
 ก็จะเป็นสูตรในเรื่องของลดเลือนริ้วรอย 
ตัวนี้หลักๆคือจะช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นให้กับผิว 
ให้ผิวแข็งแรงขึ้น กระจ่ายใส นุ่มลื่น 
เพื่อปรับให้ผิวพร้อมรับการบำรุงขั้นต่อไป

เนื้อเซรั่มใสๆ มีความข้นนิดหน่อย เกลี่ยง่าย ซึมเร็ว แห้งไว้ ไม่เหนียวหรือหนักหน้าเลย

ใช้มาได้ 2 อาทิตย์แล้ว....ระหว่างวันหน้าไม่ค่อยหมองลง 
อย่างอื่นยังไม่เห็นผลอะไรเพิ่มเติมเท่าไร
แต่ทาง่ายเพราะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
 ตัวเซรั่มมีความข้นดี ทาแล้วซึมลงผิวค่อนข้างเร็วทันใจ
 ลงครีมบำรุงชิ้นต่อไปง่ายขึ้นเพราะผิวมันจะลื่นๆๆ อ่ะค่ะ
แต่เราว่ามันใช้ปริมาณเยอะเหมือนกันน่ะกว่าจะทั่วหน้า



💋💋💋💋💋💋💋💋💋💋💋💋💋💋


Dior  
Hydra Life 
Fresh Hydration Sorbet Creme

คุณสมบัติหลักๆตัวนี้จะช่วยเติมน้ำให้ผิวเพื่อความชุ่มชื่น 
ผิวจะสดชื่น เปล่งปลั่งยาวนาน นอกจากนี้ยังทำให้ผิวแข็วแรงด้วย


เนื่องจากตอนนี้ผิวเราขาดความชุ่มชื่น  
จะเห็นได้จากเวลาแต่งหน้าลงแป้งหรือรองพื้นแล้ว 
บริเวณหน้าผากหรือแก้มจะลอกๆ เป็นขุยๆบ้าง 
หรือจะเป็นคราบๆไม่ติดบริเวณที่บอกไปบ้าง

  ตอนแรกเราก็พยายามหาวิธีแก้มาตลอด 
เปลี่ยนเครื่องสำอางบ้าง เปลี่ยนครีมบำรุงบ้าง 
จนมาลองใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทเติมน้ำให้ผิว
 ตอนแรกๆจะใช้ของฝั่งเอเชียเรานี่แหละ 
ไม่ว่าจะแบรนด์จากญี่ปุ่น เกาหลีก็ใช้มาแล้ว
 ก็ทำให้ผิวดีขึ้น ชุ่มชื่นขึ้น 
แต่งหน้าแล้วดีขึ้นไม่เป็นคราบๆ หรือขุยๆ เยอะเหมือนก่อน 
(คือยังมีเป็นอยู่บ้างแต่ดีขึ้นเยอะมาก)

ตอนนี้อยากเป็นมาลองฝั่งยุโรปบ้าง ว่าแตกต่างกันมั้ย

ได้มาขนาด 50 ml ราคาเต็มเคาน์เตอร์ 2900 มั่งถ้าจะไม่ผิด
 (+ - ไม่เกิน 200 อ่ะ)

เนื้อครีมจะเป็นหมือนเจลลี่นิดๆ จะดึ้งๆหน่อย มีสีฟ้าอ่อนๆ
 คือถ้าดูจากรูปที่ถ่ายด้วยแสงของที่บ้าน
เลยทำให้ดูเป็นฟ้าอมเขียวๆ ใช่ม่ะ 
แต่ของจริงจะเป็นสีฟ้าอ่อนๆค่ะ

เนื้อครีมนุ่มละมุน ที่เด่นเลยคือ กลิ่นค่ะ มันสดชื่นมากกกก
ทาลงไปแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นจริงๆค่ะ 
ด้วยกลิ่นมันจะเย็นๆ มินท์ๆ เฟรชๆ 
สดชื่นมากทำให้เรารู้สึกเย็น สบายหน้า

ทาไปช่วงแรก จะรู้สึกหน้าหนึบๆหน่อย
 เพราะเหมือนมีมอยย์เจอร์ไรเซอร์ช่วยให้ผิวชุ่มชื่นขึ้น  
ตอนแรกก็แอบกลัวว่าหน้าจะมันๆหนึบๆเกินไปรึเปล่า 
แต่พอครีมซึมเข้าผิวดีแล้วหน้าจะลื่นขึ้นค่ะ
 จะไม่มันหนึบเหมือนตอนแรกๆ
 แต่กลิ่นยังทำให้เรารู้สึกเฟรชอยู่เลย... 


สรุปอีกที
ผลิตภัณฑ์กลุ่มไฮด้าที่ช่วยเรื่องเติมน้ำให้ผิว
จะเหมาะกับคนที่มีผิวขาดน้ำ
 อาจเกิดจากอยู่ในห้องแอร์ประจำ
หรืออายุที่มากขึ้น หรือเจอมลภาวะอะไรต่างๆ

มาลองใช้กลุ่มนี้ก็รู้สึกหน้าดีขึ้นนะค่ะ 
อย่างแต่งหน้าก็ติดดีขึ้น
หน้าเป็นคราบ หรือขุยน้อยลงมาก
 รู้สึกได้ว่าหน้านุ่มเด้งดึ้งขึ้น
หน้าจะดูไม่กร้าน ช่วยให้หน้าเด็กลงหน่อยด้วยนะเราว่า
อันนี้พูดถึงแบรนด์อื่นๆที่เคยใช้มาด้วยนะค่ะ
ทั้งถูกทั้งแพง
เพราะรู้สึกผลลัพธ์ที่ได้นั้นคล้ายๆกัน 
จะต่างกันก็เรื่องของเทกเจอร์ของเนื้อครีมมากกว่า
อย่างของฝั่งเอเชียจะรู้สึกหนึบๆหนักๆหน้าหน่อย
เข้มข้นมาก ซึมช้ากว่าบ้าง ส่วนใหญ่ที่เคยใช้มาจะไม่มีกลิ่น

ส่วนเทกเจอร์ของ Dior  Hydra Life...
ที่รู้สึกแตกต่างเลยคือกลิ่นที่ พอทาไปแล้วมันรู้สึกสดชื่นจริงๆ 
มันเฟรชมากๆๆ หน้าที่ฮอยๆ เหนื่อยๆ มา พอมาเจอตัวนี้ลงก่อนนอนรู้สึกดีมากจริงๆ
 เราว่าเหมาะกับบ้านเราที่ ร้อน ร้อน และร้อน
เหมือนหน้าได้พักผ่อน สบายหน้า อิ่มน้ำ อะไรประมาณนี้...
(ฟังดูเหมือนอวยเยอะนะ แต่ความรู้สึกส่วนตัวรู้สึกงั้นจริงๆ)




🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏😘










รีวิว Skincare 2017 1/2: Dior CAPTURE TOTALE La Creme Multi-Perfection & Dior CAPTURE TOTALE Creme De Nuit



เนื่องจากครีมเดิมหมดกระปุกแคะแล้วเคาะอีกจนเกลี้ยง...
ก็เลยหยิบตัว Skincare Dior Sample Size 
Line: Capture Totale มาลองใช้
ได้ประมาณอาทิตย์หนึ่ง เราใช้แล้วรู้สึกพอใจ 
เลยต้องไปถอยไซส์จริงมาใช้ต่อ 

Dior 
CAPTURE TOTALE 


มาเริ่มที่
Dior CAPTURE TOTALE 
La Creme Multi-Perfection

ตัวนี้เราได้มาในเช็ทที่มากับกระเป๋า
 จะมีครีม+เซรั่มอื่นๆ อีก 4 อย่าง กระปุกนี้ไซส์ 15 ml 
เมื่อซื้อครบตามที่เค้ากำหนดไว้
เรื่องราคาเลยไม่รู้ว่ากระปุกนี้ตกราคาเท่า 


ตัวนี้เป็นครีมบำรุงสำหรับกลางวัน 
คุณสมบัติหลักๆเค้าบอกว่าช่วยเรื่องลดเลือนริ้วรอย
ให้ความชุ่มชื้น ฟื่นฟูให้ผิวแข็งแรงขึ้น เหมาะกับวัย 30+ อย่างเรา




เนื้อครีมสีขาวอมชมพูพีชอ่อนๆ ดูข้นๆ 
แต่เกลี่ยง่าย มีกลิ่นน้ำหอมค่อนข้างเยอะ

ซึมเข้าผิวเร็ว ซึมเข้าผิวแล้วจะรู้สึกว่าทาครีมจริง
 มันจะฉ่ำๆ หนึบๆ รู้สึกหน้ามันๆครีมหน่อย
หน้าดูชุ่มชื่นขึ้นนะ 
แต่ถ้าใครไม่ชอบความหนึบจะรู้สึกว่าหน้ามันไปหน่อย 

แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ...พอครีมเข้าผิวดีแล้วจะสัมผัสได้ว่าหน้านุ่มขึ้น
และที่ตอนแรกรู้สึกว่าหน้ามันๆหนึบๆจะรู้สึกว่ามันหายไป หน้าลื่นขึ้นไม่มันไม่หนึบเหมือนตอนแรก ดังนั้นต้องให้เวลาเค้าสักนิสสค่ะ



ต่อมา
Dior CAPTURE TOTALE 
Creme De Nuit


ตัวนี้เป็นครีมบำรุงกลางคืน
กระปุกสีน้ำเงินเข้ม 
ขนาดไซส์ 60 ml ราคาเต็มเคาน์เตอร์น่าจะประมาณ 7200 
ได้ส่วนส่วนลดอีก 10% น่ะ





มาดูเนื้อครีม จะขาวข้น มีความหนึบมาก
 ยังคงความเกลี่ยง่ายอยู่ ซึมเข้าผิวไม่เร็วแต่ก็ไม่ช้านะ
มีกลิ่นน้ำหอม.. ทาเสร็จจะรู้สึกเลยว่าผิวชุ่มชื่นขึ้น นุ่มขึ้น


เราใช้ตัวนี้มาประมาณ 3 อาทิตย์กว่าๆ 
หลังทาเสร็จจะรู้สึกแค่ว่าหน้าชุ่มชื่นและนุ่มขึ้น
แต่พอตื่นมาตอนเช้า รู้สึกว่าหน้าไม่ห้อยย้อย หน้ากระชับดี 
เรื่องริ้วรอยเรายังไม่รู้สึกว่าจางลงนะ แต่ก็รู้สึกว่าหน้าไม่กร้าน
 ริ้วรอยยังเท่าเดิมเพียงแต่ก็ไม่เพิ่มขึ้นค่ะ








🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏





รีวิว Skincare 2017 1/1 : Dior DIORSNOW White Perfection Serum ANTI-SPOT & TRANSPERENCY Brightening Serum



ได้เวลาเปลี่ยนครีมบำรุงล๊อดใหม่...
คราวนี้ปั่นใจมาลอง 
 แบรนด์ Dior บ้าง

ไม่ใช่อะไรคือตอนนั้นได้ Sample ไลน์ของ
 Capture Totale มาลอง
ใช้แล้วรู้สึก 
เฮ้ยยยย!! ก็ดีนิ
เลยกลั้นใจไปตบไซส์จริงมาใช้ต่อไปอีก


แต่ขอเริ่มจากตัวนี้ก่อน
DIORSNOW White Perfection Serum  
ANTI-SPOT & TRANSPERENCY
 Brightening Serum
(ตัวนี้ไม่ได้ลอง Sample แต่เซรั่มหน้าขาวใส หมดพอดีเลยสอยมาลอง)
หลายคนคงได้ยินไลน์ของ Snow กันมาแล้วเนอะ
เราเล่าคร่าวๆ อีกหน่อยล่ะกันว่าคุณสมบัติที่เค้าบอกไว้มีไรบ้าง

คือหลักๆ..เป็นไลน์สกินแคร์ที่ช่วยในเรื่องผิวขาว 
ปรับสีผิวเรียบเนียนกระจ่างใส 
ลดเลือนจุดด่างดำประมาณนี้

จริงๆเค้าก็แนะนำให้ใช้ไลน์นี้ทั้งไลน์แหละ แต่เราไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่องความขาว ใส ไง อายุ 30+ แล้ว ต้องมีเรื่องของริ้วรอยอะไรอีก 
จะใช้ทีเดียว 2 ไลน์เลย กระเป๋าแหกแน่ๆ และอีกอย่างไม่รู้จะทาอะไรเยอะแยะหลายขั้นตอน เลยเลือกเอาตามความเหมาะสม ตามความรู้สึกของตัวเอง

เลยเลือกเป็น Serum มาเพราะมันจะเข้มข้นกว่าเนื้อครีมไง
ใช้เช้า-เย็นค่ะ



ขนาด 50ml ราคาเคาน์เตอร์ประมาณ 5800 มั่งนะค่ะ จำตัวเลขแม่นๆไม่ได้เพราะหลายอย่างรวมกันมา พอดูราคาแล้วเจ็บบบ...เลยจำไม่ค่อยได้




เป็นหัวปั้มใช้ง่าย แพกเกจจิ้งแข็งแรง มีน้ำหนักพอควร 
ไซส์นี้ถ้าพกพาไปเที่ยวคงลำบากหน่อย



ส่วนเนื้อเซรั่มก็ใสๆ ข้นๆ มีความหนึบนิดๆ
 ซึมเข้าผิวง้ายง่าย เร็วด้วยอ่ะ
หอมอ่อนๆ ไม่หนักหน้า  
เทกเจอร์ดีมากพอซึมเข้าผิวแล้วผิวจะลื่นๆน่ะ


ผลลัพธ์:  ตอนนี้ใช้มาได้ 2 อาทิตย์กว่าๆ หน้ายังไม่ได้ดูขาวขึ้น
 แต่ระหว่างวันหน้าไม่ค่อยหมองลงเท่าไร จุดด่างดำยังไม่จาง

เดี๋ยวของลองใช้ให้หมดขวดแล้วจะเข้ามาอัพเดทต่อมาว่าเป็นไงค่ะ




🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏


รีวิวที่พักกุยบุรี ประจวบ เทวัญดารา บีช วิลลา กุยบุรีรีสอร์ท (Dhevan Dara Beach Villa - Kui Buri)

   

     รีวิวที่พักกุยบุรี ประจวบ  เทวัญดารา บีช วิลลา กุยบุรีรีสอร์ท 
Dhevan Dara Beach Villa - Kui Buri


หยุดยาวอี๊กกแล้ว..... มาพักสมอง กันที่กุยบุรีกันค่ะ

เราเพิ่งไปมาเมื่อช่วงเดือนที่แล้ว 

เกริ่นคราวๆ คือ รีสอร์ทติดทะเลค่ะ บรรยากาศดีค่ะ สงบ ร่มรื่น 
นักท่องเที่ยวไม่เยอะไม่น้อย 
พนง ต้อนรับอัธยาศัยดีงามเทรนมาดีมากค่ะ

ห้องที่เราจองไว้เป็นแบบ สตูดิโอ พักได้ 2 คน
เราเลือกแบบเตียงคู่เพราะมีลูกน้อยมาด้วย
คิดเอาเองว่าเอาเตียงเล็กติดกันน่าจะใหญ่กว่าเตียงคิงไซส์  
เราจองก่อนวันไปแค่ 1 วัน เพราะยังลังเลโอ่เอ้ กันอยู่ 
ตอนนั้น มีเหลือแค่ 2 แบบ เราเลยเลือกแบบนี้เพราะถูกกว่า 55+

ลักษณะรีสอร์ทแบ่งเป็น 2 โซน เราอยู่โซนที่เป็นตึก จำชื่อโซนไม่ได้ล่ะ  แต่อยู่ด้านหน้าเลย จะเป็นโซนราคาถูกสุด ซึ่งทะเลจะอยู่ด้านหลังนะค่ะ  เลยทำให้เดินไปทะเลและห้องอาหารไกลหน่อย

อ่ะ..มาดูบรรยากาศของห้องพักและภายในรีสอร์ทกันค่ะ

ตรงนี้เป็นฟร็อนของห้องพักที่เป็นอาคาร
จุดที่เช็คอิน-เอาท์ จะอยู่อีกโซนค่ะ 









นี่ไง มองไปตรงนั้นคือจุดที่เราเพิ่งไปเช็คอินมาค่ะ


ได้เวลาขึ้นห้องล่ะ



เตียงคู่ติดกันใหญ่มาก คิดไม่ผิดเลยที่เลือกแบบนี้
นอน 3 คน ที่ยังเหลือ 
คือไซส์ที่นอนใหญ่กว่า 3.5 แน่ๆ 
พอเอามาติดกันเลยใหญ่มากๆ

มีเดย์เบด ใหญ่ๆอยู่ริมห้อง





โต๊ะวางของได้เยอะเลย











 








พอเช็คสภาพห้องจนพอใจแล้ว อันดับต่อมานี่เลย

⇓⇓⇓⇓⇓⇓⇓⇓

ห้องน้ำค่ะ สำคัญต่อใจมากกก






พอใจกับห้องน้ำมาก
วิวจากห้องน้ำผ่านกระจกกั้น


หายเหนื่อยล่ะ ลงพาลูกไปทะเลดีกว่าค่ะ

บรรยากาศภายในรีสอร์ทระหว่างไปที่ทะเล


 จะต้องผ่านห้องอาหารก่อนจ้า


หันกลับมามองบนอาคารนิสส..

ห้องอาหาร

ฝั่งตรงข้ามก็เป็นวิวสระ 
เย็นแล้ว แขกออกมาเล่นน้ำกันเยอะเลย 




เดินมาสุดก็เจอหาดแล้วววว



มีเนทให้เล่นวอลเล่ด้วย มากับเดอะแกงค์คงจะดี


มีตั้งโต๊ะเตรียมไว้สำหรับแขกที่จองกินอาหารริมทะเลไว้ด้วย



มีวิวสวยๆ ของวัดอยู่ข้างๆ


หันกลับมามองรีสอร์ท




หันกลับมามองทะเลบ้าง
ยังพอมีแดดให้เหลือถ่ายรูป รีบกดลัวๆๆ



เช็ดสภาพน้ำทะเลหน่อยว่าลูกเล่นได้มั้ย
ดูขุ่นๆนะ... แต่พอสังเกตุดีดี.. 
ออๆ..น่าจะเกิดจากที่คลื่นค่อนข้างแรงเลยพัดเอาทรายขึ้นมาเยอะ
 น้ำเลยดูขุ่นเยอะหน่อย


เดินต่อไปหามุมส่วนตัว



วันนี้ดูคลื่นแรงไม่น้อย เลยให้ลูกนั่งเล่นทรายแทน 

นั่งเล่นทรายได้พักใหญ่ ฟ้าก็เริ่มมืดลงไปเรื่อยๆ

รีสอร์ทเปิดไฟแล้ว เป็นสัญญาณบอกว่า
เธอๆๆ พาลูกกลับห้องพักได้แล้ว


 ดูบรรยากาศยามค่ำกันอีกนิด


แอบอิจฉาคนอื่นได้นั่งกินบรรยากาศยามค่ำริมทะเล
คนมีลูกน้อยอย่างเราต้องรู้จักพอ... 
เอาลูกตากลมเยอะๆไม่ดี..เดี๋ยวหวัดตามหา


บอกลูกสาวเซย์กู๊ดบาย กองทรายที่ได้บรรจงสร้างไว้
บายยยย


ระหว่างเดินกลับห้องพัก เราเดินกลับอีกฝั่ง 
มองเห็นสระว่ายน้ำได้ชัด

 แต่เอ๊ะ...เด็กที่ไหนมานั่งขวางทางนิ


ที่นี่ว่ายน้ำหลัง 2 ทุ่มได้(บางที่ไม่ได้ไง)
 ว่ายได้ถึงเที่ยงคืนหรือทั้งคืนไม่แน่ใจ จำไม่ได้
แต่ว่าต้องดูแลความปลอดภัยของชีวิตกันเองนะจ๊ะ
หลัง 2 ทุ่มไม่มีเจ้าหน้าคอยดูแลให้




 ฝั่งนี้ห้องพักแบบวิลลาทั้งหลายพักได้หลายคน


 เช้านี้ต้องกลับล่ะ...รีบไปกินอาหารเช้าดีกว่า


ไลน์อาหารเช้ามีให้เลือกเยอะสมกับเป็น รร 5 ดาว
แต่เราเก็บรูปมาได้แค่นี้ เพราะเช้านี้แขกลงมาทานอาหารเช้าค่อนข้างเยอะ

ถ่ายรูปไม่ถนัด เกรงใจแขกอื่นกับ พนง 


เราเก็บรูปมาได้แค่ที่เราเลือกมากินเท่านั้น

กาแฟโบราณ ... หน้าตาธรรมดานะ แต่ อร่อยอ่ะ...
กลมกล่อม ไม่หวานเกิน..กำลังดีเลย
แก้วเล็กๆหน่อยมาในรูปแบบกาแฟโบราณเลย ฉะนั้นไม่พอไง
เช้าวันนั้นเลยต้องขอ 2 แก้ว...


ต่อมาหมูปิ้งข้าวเหนียว
ได้มาเท่านี้ พนง ปิ้งไม่ทันจ้า
ดูจากรูปออกไหม้ๆหน่อย 
เนื้อหมูแข็งไปนิด หวานนำ
 บ่นแบบนี้แต่ก็เดินวนไปเอามา 2 รอบค่ะ 
กินไปกินมาเห้ยยย...ก็ดีนิ!!


ต่อมาอาหารสแตนดาดของคนไทย  ข้าวต้มจ้า
มามี่ติดกินเผ็ดนิดๆ เลยปรุงมาแบบนี้
รสชาดจืดไปหน่อย แต่..เครื่องเยอะใช้ได้



เมนูสุดท้ายของเช้านี้
เครปสลัดแฮม
หน้าตาดี...
และอร่อยดีจ้า



 ได้เวลาเช็คเอาท์
ก็มาที่จุดเดิมที่เราเช็คอิน 


ระหว่างรอ พนง เช็คความเรียบร้อย
 ก็เก็บภาพของโซนวิลล่าสักนิด





สรุป:  ความพอใจสำหรับครอบครัวเรา 9/10 

ความสะอาด:  เท่าที่มองก็ไม่เห็นจุดไหนที่สกปรกเลยนะ 
                                         เค้าจะทำความสะอาดตลอด น่ามองตั้งแต่หน้าทางเข้า

              บริการ: พอใจมากนะ พนง ทุกคนยิ้มแย้มดี แม้กระทั้งแม่บ้านก็อัธยาศัยดี

ภายในห้องพัก: ห้องพักไม่แคบ ขนาดกำลังดีเลย มีอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆครบตามมาตราฐาน แต่ห้องที่เราเลือกเป็นโซนไม่เห็นวิว ราคาเลยถูกสุด 55
 คือแบบ...เปิดม่านดูมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากกำแพง เหอๆๆ 
ไม่เป็นไม่ซีเรียส เลือกเองนิ...
ห้องสะอาด แอร์เย็นมาก แต่เสียอยู่ 2 อย่างคือ ห้องที่ได้แอร์มีเสียงดัง วิ้ดๆๆ มาเริ่มดังตอนกลางดึกจนถึงเช้าเลยทีเดียว กับอีกอย่างคือห้องน้ำมีกลิ่นท่อลอยขึ้นมาตอนหลังอาบน้ำ คือกลิ่นจะมาๆหายๆ 
(ปัญหา 2 จุดนี้เป็นที่ห้องเราพัก ห้องอื่นเราไม่ทราบนะค่ะ คิดว่าคงไม่ได้เป็นทุกห้อง)

ทำเล-บรรยากาศ : ทำเลจะเข้ามาลึกหน่อย แต่ตรงนี้ไม่เป็นปัญหากับเราเท่าไร
บรรยากาศสำหรับเรา โอเคค่ะ สงบดี และหาดก็นั่งเล่น นั่งพักผ่อนได้ เล่นน้ำได้
 แม้วันที่ไปคลื่นจะแรงแล้วน้ำไม่ใสอย่างที่หวังเท่าไร 

อาหาร : อาหารเช้ามีให้เลือกหลากหลาย เลือกไม่ถูกเลย
 มีทั้งอาหารไทยหรือแบบ American Breakfast ขนม นม เนย 
รสชาดมีทั้งอร่อย ธรรมดา รวมๆกันไป



บั๊บ บาย ไปกับรูปค่างแว่น
 กับน้ำทะเลสวยๆที่อ่าวมะนาวค่ะ

มาอ่าวมะนาวคราวนี้ ค่างแว่นหายไปเยอะเลย
และย้ายจากจุดศาลที่มีต้นไทรใหญ่ๆ มาริมหาดก่อนทางขึ้นศาล
ไม่รู้ว่าไปๆ มาๆ หรือไง


ตอนนี้น้ำลงไปเยอะเลย เห็นน้ำสีฟ้าๆ อยู่ไกลๆ




🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏🙏

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะค่ะ 
หวังว่าคงพอเป็นข้อมูลได้บ้าง

statistics

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Comment

Sponser

Formulir Kontak

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

Popular Posts