พาลูกไป Play and Learn ได้อะไรจริงๆมั้ย (Baby Genius)



 เรื่องมีอยู่ว่าเรามีเพิ่งมีลูกแค่คนเดียว เลี้ยงลูกอยู่บ้านด้วยตัวเอง และลูกไม่มีเพื่อนวัยเดียวกันหรือใกล้ๆกัน พอเค้าเริ่มโตขึ้นมาหน่อยถึงวัยที่ต้องเล่นเรียนรู้ เวลาไปห้างหรือไปเจอเด็กวัยใกล้เคียงกันเค้าดูท่าทางอยากเข้าไปเล่นแต่เหมือนเค้าไม่รู้ว่าจะเข้าหายังไง ก็ได้แต่ยื่นดูว่าเด็กๆคนอื่นๆเค้าเล่นอะไรกัน ยื่นมองหัวเราะอยู่คนเดียว

เราเกิดความสงสารและอยากให้ลูกเข้าสังคมกับเด็กๆวัยเดียวกันได้ เรานึกไปถึงตอนที่เค้าต้องเข้า รร เรากลัวว่าเค้าจะร้องงอแงไม่อยากไป รร เหมือนเราเป็นเมื่อตอนเด็กๆ เราจำได้ดีว่าเราไม่อยากไป รร กลัวอะไรๆไปหมด กลัวแม่จะไม่มารับเรา กลัวอะไรก็ไม่รู้ตามแบบเด็กๆ เราจำความรู้สึกได้ว่าเราไม่มีความสุขเลยเวลาที่ต้องไป รร

เราเลยมีความคิดที่จะพาลูกไปเรียนหรือเข้าคอร์ดอะไรสักอย่างที่ได้เจอเพื่อนวัยเดียวกัน ให้เค้าได้ชินกับการที่ต้องเรียน เล่น เป็นกลุ่มๆ คือมีเด็กคนอื่นๆอยู่ด้วยนอกจาก พ่อ แม่  ได้เรียนรู้อะไรนอกจากที่บ้านสอน ได้เล่นกับเด็กวัยเดียวกัน ได้ปรับตัวตามสภาพแวดล้อม เมื่อถึงเวลาที่ต้องไป รร จริงๆ จะได้พอมีพื่นฐานและไม่ตกใจว่าเฮ้ยยย...แม่ไม่ได้อยู่ด้วยนิ และจะได้ไม่กลัวครูกล้าแสดงออกบ้าง

จุดประสงค์หลักเราไม่ได้ต้องการให้ลูกเก่งเหนือใคร คือเราแค่อยากให้ลูกมีความสุขกับการเรียน เวลาไป รร รู้สึกสนุก เราว่าถ้าลูกรู้สึกสนุกที่ได้ไปเรียนก็ทำให้ลูกเราพร้อมที่จะเรียนรู้อะไรๆได้ดีอยู่แล้ว

เราเริ่มหาข้อมูลตอนแรกเราจะไปสมัครเรียนที่  Heguru จะเป็นสไตล์ญี่ปุ่น เราเข้าไปขอรายละเอียดต่าง เท่าที่เข้าใจคือเค้าจะล็อกจำนวน นร ต่อคลาสไว้ เราจะเข้าไป Try in จะต้องเสียเงินประมาณ 1200 มั่ง อันนั้นไม่แน่ใจนะค่ะจำไม่ได้  แต่ จนท เค้ายังหาคลาสที่ว่างให้ไม่ได้ในวันนั้น เห็นบอกว่าต้องรอ จนท โทรไปแจ้งอีกที สำหรับที่นี่จะเน้น 9 เรื่องหลัก
1. เรื่องสมาธิจดจ่อ
2.รู้จักอดทนอดกลั้น ควบคุมตนเองได้
3.ทักษะการมอง
4.ความจำ
5.ความคิดสร้างสรรค์
6.วิเคาระห์แก้ปัญหาได้
7.เข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม
8.อ่านเร็ว
9.นำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้งานได้

คิดว่าวันนั้นจะไม่ได้ลอง Try in เลยกลับระหว่างเดินออกมาเห็น Baby Genius ตั้งอยู่อีกมุมเลยลองเข้าไปถามรายละเอียด สไตล์นั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง.. ของ Heguru นั้นเงียบสงบตามสไตล์ญี่ปุ่น แต่ที่  Baby Genius คนจะพลุกพล่านกว่าคงเพราะเด็กๆกำลังเลิกคลาสพอดี บริเวณดูเล็กกว่าแคบกว่าหน่อย แต่บรรยายกาศนั้นดูน่าสนุก ดูไม่อึนๆ


มีทั้งหมด 6 คลาสค่ะ
1.Smart Babies  1hr/Class  6ms-Walkers (ลูกเราเริ่มเรียนตั้งแต่คลาสนี้)
2.Smart Toddies 1hr/Class Walkers-2yrs
3.Baby Bright  2hr-1/2/Class  2-3 yrs (ปัจจุบันเรียนคลาสนี้แล้ว)
4.Kiddies Bright 1-1/2hr/Class  3-6 yrs

เริ่มแรก
มีคลาสพอดีเราเลยเข้าไปลอง Try in ค่าลองเท่าที่จำได้ 600 บาท แต่ถ้าซื้อคอร์ดต่อจะคืนเงินค่า Try in ให้  คลาสนั้นลูกสาว เรา 1 ขวบพอดี แต่ยังเดินไม่ได้เลยต้องอยู่คลาสแรกคือ Smart Babies สำหรับเด็ก 6 เดือน - เดินได้   ด้วยครั้งแรกเค้ายังตื่นๆ งงๆ ทำตามคุณครูบ้างไม่ทำบ้าง ส่วนใหญ่จะนั่งมอง แต่ก็พอเห็นว่าเค้าสนุกเราก็ดีใจ คุณครูสอนเป็นคนฟิลิปปินส์พูดภาษาอังกฤษชัดดี และมีครูผู้ช่วย 4 คน เป็นไทย 2 ฟิลิปปินส์ 2 มีเด็กร่วมคลาสอยู่ 5 คน อนุญาติให้ผู้ปกครองเข้าได้ 1 คน แต่พอดีเค้าคงเห็นว่า Try in จะดึงลูกค้าเลยให้เข้าไปสองคนในครั้งนี้


สิ่งที่ได้มาในวันนั้นคือการเข้าสังคมของเด็กๆ การอยู่รวมกับคนอื่นๆทำกิจกรรมร่วมกัน  มีสอนร้องเพลง จำได้ตอนนั้น Hot Cross Bun, Stawbery Jam และแน่นอน A B C สอนเรื่องสี และนับ 1-5  มีสอนให้นวดผ่อนคลาย (Massage) แต่ส่วนใหญ่เด็กๆจะไม่นอนนิ่งให้นวดหรอกค่ะ ช่วงท้ายๆจะเป็นช่วง Play Time คือให้เล่นของเล่นที่อยู่ในห้อง ก่อนกลับก็มีร้องเพลงอีกนิดหน่อย

จากที่ได้ Try in เราก็พอใจและมันตรงกับใจที่เราต้องการคือให้เค้าได้เข้าสังคม ได้เจอเพื่อนวัยเดียวกัน ได้เล่นและได้เรียนไปในตัว ได้ทักษะภาษาอังกฤษถึงแม้จะไม่ใช่เจ้าของภาษาโดยตรง

ข้อเสียก็มีเหมือนกันค่ะ
คืออันแรกเรื่องสถานที่เราว่ามันเล็กไปหน่อยสำหรับสาขานี้ ทำให้เคาน์เตอร์ด้านหน้าที่ไว้คุยกับผู้ปกครองนั้นดูแคบ เวลาที่คนมาเยอะทำให้เสียงด้านหน้าดังไปหน่อย (แต่ยอมรับได้เพราะไม่ได้ดูอึดอัด และเสียงไม่ได้ดังเข้าไปในห้องเรียน)

อีกสิ่งคือเราว่าเค้าเปลี่ยนการสอนเร็วไปหน่อยเช่น สอนนับ 1-5  2รอบเปลี่ยนเป็น สอนเรื่องสี สอนอย่างละ 5-10 นาที ก็เปลี่ยนเป็นทำกิจกรรมหรือสอนอย่างอื่นต่อ เราว่าอันนี้มันสั้นไปหน่อยคือบางทีเด็กยังให้ความสนใจกับสิ่งเดิมอยู่แล้วเปลี่ยนทำให้เด็กบางคน งงๆ เหมือนกัน (แต่ทาง Baby Genius ให้เหตุผลว่าการที่เปลี่ยนการสอนหรือการเปลี่ยนกิจกรรมอื่นๆ เร็วจะทำให้เด็กๆไม่เบื่อ เพราะเด็กวัยนี้จะเบื่อง่ายทำให้งอแงไม่อยากเรียนค่ะ)

เท่าที่ได้ทดลองเรียนครั้งแรกเราพอใจ 8/10 เพราะอย่างที่บอกจุดประสงค์หลักเราอยากให้ลูกได้รู้จักเข้าสังคมของเด็กๆ ได้สัมผัสการเข้าห้องเรียนต้องทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น ได้เล่นและเรียนได้ในตัว ได้เจอเพื่อนๆบ้าง ให้ชินกับคุณครูและเพื่อนๆ
เราเลยสมัครเรียนไป โดยเลือกแบบ 60 ครั้ง/ปี เค้าแถมให้อีก 8 ครั้ง และเค้าบอกว่าถ้าใน 1 ปีเรียนยังไม่หมดเค้าจะทบให้ไปในปีต่อไปได้ ราคาที่จ่ายไปสามหมื่นปลายๆ ค่ะ เหงื่อตกเหมือนกันแต่เทียบกับอีกหลายทีก็ถือว่าถูกกว่า

ลูกสาวเรียนคอร์ดนี้ได้ประมาณ เกือบๆสองเดือน ก้ไม่สบายค่ะ ต้องAdmit นานถึง 15 วัน ตอนนั้นเค้าติดหวัดมาจากเรา และบวกกับที่เค้าแพ้นมวัวอาการเลยกำเริบเยอะหน่อย มีเสหะ น้ำมูกต้องคอยไปดูดและ เคาะปอดที่ รพ คุณหมออยากให้งดเรื่องเรียนไปก่อน เพราะเด็กๆอยู่ด้วยกันจะติดกันง่าย หมออยากให้หายดีและภูมิคุ้มกันกลับมาแข็งแรงก่อน ทำให้เราลูกเราขาดเรียนไป 3 เดือน
ระหว่าง 3 เดือน ที่อยู่บ้านเค้าก็หัดเดิน จนเดินได้และหายดีแล้ว เลยกลับมาเรียนและ Pass Class ไปเรียน
Smart Toddies Class  คือวัย Walker- 2Y.

คลาสนี้เราว่าเค้าเน้นเรื่องการเรียนมากขึ้นเพราะเด็กวัยนี้จะเริ่มเรียนรู้อะไรๆได้เยอะขึ้น เรามาดูกันดีกว่าว่าคลาสนี้ลูกเราได้อะไรกลับมาบ้าง


เริ่มคลาสก็จะมานั่งล้อมวงแนะนำตัวกันรวมถึงคุณครูและคุณครูผู้ช่วยด้วย
พอแนะนำตัวเสร็จก็ร้องเพลงนิดหน่อยและเริ่มสอน มีสอนเรื่องนับเลข 1-10 เรื่องสี และอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย  ระหว่างการสอนจะมีให้เด็กๆเดินไปรับของจากคุณครูให้เข้าคิว คนไหนไม่เข้าคิวก็จะไม่ได้ของจากครู สอนให้ขอบคุณก่อนรับของ (ส่วนใหญ่เรื่องขอบคุณคุณแม่ๆจะสอนมากันอยู่แล้วเนอะ)




หลังจากนั้นก็มีให้นั่งระบายสีบ้างหรือทำประดิษฐ์จากกระดาษง่ายๆ เช่นใกล้วันฮาโลวีนก็ทำฝักทองฮาโลวีน ใกล้คริสมาตก็ระบายสีพวกถุงเท้าซานต้า ซึ่งวัสดุ อุปกรณ์คุณครูจะเตรียมพร้อมให้หมดค่ะ
ข้อเสียของช่วงนี้คือให้เวลาน้อยไปหน่อยค่ะ ทำไม่เคยเสร็จเลย TT


หลังจากนั้นก็เป็นช่วง Play Time ให้เด็กๆได้เล่นของเล่นในห้อง



ให้เวลาเล่นประมาณ 5-8 นาที ก็กลับเข้าไปล้อมวงทำกิจกรรมอีกนิดหน่อย ก่อนเลิกคลาสมีร้องเพลงปิดคลาส เข้าคิวรับการบ้านและวิตามินซีค่ะ

จบคลาสแล้วนี้แล้ว สิ่งที่ลูกได้มาเห็นๆคือรู้จักเข้าคิวและรอ ครั้งแรกทำไม่เป็นค่ะยื่นเก้ๆกังๆ งงๆ ครั้งที่ 2 ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดรู้จักไปยื่นรอคิว รู้จักThank You ก่อนรับของ  แต่ยังต้องคอยบอกอยู่นะ กล้าเล่นกล้าทำอะไรมากขึ้น ดูมีความมั่นใจขึ้น เค้าดูชินกับคุณครูและเพื่อนๆ แต่ยังคงมองหาพ่อแม่เวลาต้องทำกิจกรรมที่เราไม่ได้อยู่ใกล้ๆ เหมือนยังต้องให้พ่อ แม่ อยู่ด้วยนะถึงกล้าและยอมนั่งเรียน




ต่อมาคลาสคือ  Baby Bright ค่ะ เป็นคลาสปัจจุบันที่กำลังเรียนอยู่
เราเลือกลง ส-อ เพราะสะดวกที่สุด คลาส ส-อ จะใช้เวลาเรียนครั้งละ 2 ชม แต่ถ้า จ-ศ จะเรียน 2 ชม ครึ่งค่ะ  แล้วแต่ผู้ปกครองสะดวกว่าจะเข้าวันไหน คลาสนี้จะเน้นการนับเลข สี รูปทรงต่างๆ ปั้นดินน้ำมัน จริงๆก็คล้ายๆคลาสของ Toddies นั้นแหละ แต่จะเพิ่มเนื้อหาเข้ามาอีกหน่อย และจะให้เด็กๆได้ฝึกพูดมากขึ้น 
คลาสนี้จะมีให้ฝึกทานอาหารกลางวัน เมนูก็มีข้าวไข่เจียวกุ้ง บะหมี่แห้ง ข้าวหมูแดง เน้นแบบกินง่ายๆ จานแรกถ้าเด็กไม่อิ่มก็มีให้เติมได้อีก ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 20-25 นาทีค่ะ หลังจากนั้นก็กลับไประบายสีหรืองานประดิษฐ์ที่สามารถเอากลับบ้านได้ ท้ายคลาสก็เหมือนกับคลาสที่ผ่านมาคือรอรับการบ้านและสติกเกอร์ค่ะ 

สรุปของคลาสนี้คือเค้าจะได้ทำอะไรด้วยตัวเองมากขึ้น ทำให้กล้าแสดงออกมากขึ้น กล้าพูด กล้าทำ ส่วนเรื่องวิชาการ เราไม่ได้ซีเรียสอะไรว่าต้องได้นั้น นู้นนี่กลับมา แต่ลูกก็รู้และจำอะไรได้มากขึ้นนะคือปกติอยู่บ้านเราจะเล่นและสอนเค้าคู่กับที่ Baby Genius อยู่แล้ว 

คืออย่างที่บอกจุดประสงค์หลักของเราคืออยากให้ลูกได้มีกิจกรรมอื่นบ้าง และอยากให้เค้าเข้าสังคมได้เวลาเข้า รร เรียนจริงๆจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก 


อีกสิ่งที่จะบอกคือการที่ลูกเราไปเข้าคลาสหรือไปเล่นอะไรก็แล้วแต่ที่มีเด็กเยอะๆ พ่อแม่ควรระวังเรื่องความสะอาดหน่อยค่ะหลังจบคลาสพาเค้าไปล้างมือให้สะอาดอีกครั้ง ถ้าลูกเราไม่สบายหรือมีหวัดนิดหน่อย ก็อย่าพาเรียนในวันนั้นเลยค่ะ รอให้หายก่อน เพราะลูกเราอาจจะทำให้เด็กคนอื่นๆติดได้บางคนเห็นลูกไอ จาม แต่ไม่เยอะก็ยังพามา เราว่าไม่ควรเลยเพราะเด็กนั้นภูมิต้านทานต่ำ โดนเชื้อโรค เชื้อหวัดนิดหน่อยก็ทำให้ติดได้ง่าย  สงสารเด็กๆค่ะเวลาไม่สบาย  ส่วนผู้ปกครองหากรู้ตัวว่าไม่สบายถ้าเป็นเยอะก็อย่าเข้าไปให้ห้องกับลูกเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นไม่เยอะก็หาผ้าปิดปากมาปิดหน่อยค่ะ

วันนี้มารีวิวเท่านี้หวังว่าคนที่หาข้อมูลเรื่อง Play and Learn อยู่คงจะได้ข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจได้บ้างน่ะค่ะ 



                                                                                                                            Thank You ...







0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

statistics

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Comment

Sponser

Formulir Kontak

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

Popular Posts