Review Osaka Trip Mamee Style Day 3


วันที่สามวันนี้แม่ยังเมื่อยขาจากเมื่อวานเลยไม่ได้ไปไหนไกล

วันนี้เรามาที่ปราสาทโอซาก้า

VVV
V

อคอวเรียม KAIYUKAN

VVV
V

โดทงโบริ


เริ่มจากสถานี Ogimachi  แล้วเปลี่ยนสายเป็น Chuo line ที่สถานี Sakaisuji-Hommachi 
แล้วไปลงที่สถานี Morinomiya 

หลังจากออกจากสถานีแล้ว เดินไปทางซ้ายมือจะเห็นสนามเด็กเล่น
มีเด็กชายอยากเล่น...อ่ะๆ ให้เวลา 15 นาที

เห็นสไลสเดอร์แล้วก็อดให้ลองไปเล่นไม่ได้...คือใหญ่ ยาว มาก
สนามเด็กเล่นเค้าน่าเล่นดีนะ ของเล่นเยอะเลย
เสียดายมีเวลาน้อยไปหน่อย


หลังจากนั้น
พวกเราเดินผ่านสนามเด็กเล่นไปเรื่อยๆ
จนเดินมาถึงสวนสาธาณะ (Osaka Castle Nismomaru Garden)


 ยังมีซากุระเหลือให้เห็นบ้าง



มีร้านขายดอกไม้ด้วย



ของจริงใช่มั้ย สวยมาก


เดินไปเรื่อยๆ จนข้างทางเริ่มเห็นคนมาปูเสื่อจับจองพื้นที่สังสรรค์ชมซากุระกันเต็ม
จนหาที่ถ่ายรูปวิวยากเลย




ถ่ายวิวไม่ได้ถ่ายคนซะเลย



อากาศ 12-13 องศา บวกกับแดดอ่อน



ตอนนี้ถือว่าอากาศดีเลยไม่ร้อน ไม่หนาวเกินไป เพราะมีแดดอ่อนๆช่วย



กำลังปิ้งเนื้อกันอย่างเมามัน

คือ...อยากเข้าไปขอชิมสักคำ




เดินมาเรื่อยๆ จนใกล้ถึงทางเข้าปราสาทแล้ว

เห็นปราสาทชัดขึ้นล่ะ


อุ้ย !! มีเรือพาชมวิวผ่านมาพอดี



สบายเลยนะเทออออร์


ชัดขึ้นแล้ว ใกล้ๆแล้ว แฮ็กกๆๆๆ เริ่มเหนื่อย



หลังจากพาแม่เข้าไปเดินดูปราสาทแล้ว
ส่วนเรานั้น นั่งรอสิค่ะ...เมื่อย!!


หลังจากนั้นเราจะไปต่อที่อคอวเรียม
 แต่ๆๆๆ...ก่อนที่จะไปอคอวเรียม เราเดินออกมาจากประสาทแล้วข้ามสะพาน
เดินเลาะแม่น้ำไปทางโรงกษาปณ์ (Osaka Mint) ซื่งเดินค่อนข้างไกล
แต่วิวข้างทางนั้นจะไม่ทำให้เราเบื่อเลย เพราะสวยมาก มีซากุระเรียงรายริมแม่น้ำตลอดทาง

คือเราจะเดินไป Subway ที่ตึกสูงๆนู้นเลยค่ะ











เดินถ่ายรูปไปเรื่อยก็ต้องข้ามฝั่งไปลงรถไฟใต้ดินที่สถานี Osaka Business Park
เพื่อนั่งรถไปย้อนกลับไปที่สถานี Morinomiya แล้วเปลี่ยนสายเป็น Chuo Line
ไปลงที่สถานี Osakako หลังจากนั้นเดินตามทางมาเรื่อยจะมีป้ายบอก





เดินมาตามทางเรื่อยๆ



ฝั่งขวาคือ  Temposen Giant Ferris Wheel เดินตรงไปเรื่อยๆ จะเจอชิงช้าสวรรค์


ระหว่างเดินก็ถ่ายดอกไม้ข้างทางไปด้วย





ถึงแล้วชิงช้า



ขึ้นมาที่ทางเข้าก็เป็นลานกว้างๆ


ตรงนี้ขายตั๋ว



เอา Passport ยื่นพร้อมกับตั๋ว Toku Coupon ที่ได้มาตอนซื้อตั๋วรถไฟจากสนามบิน จะได้ส่วนลดเพิ่ม
และเค้าจะหัก tax free ออกให้

จาก 2200 เยน จำไม่ผิดเหลือประมาณพักหกกว่าๆ เยน



เอาหล่ะเข้าไปข้างในกันเถอะ

พอเข้าไปจะมีเจ้าหน้าที่นำทางขึ้นชั้นบนสุด จนถึงประมาณชั้น 4 ก็ให้เราค่อยๆเดินดูลงมาเรื่อยๆ




ฝูงปูจ้า ตัวใหญ่มาก


เบ่งกล้ามโชว์ด้วย



เห็นแล้วอยากรีบไปกินปูที่ร้าน Kani Douraku เดี๋ยวนั้นเลย



แมงกะพุนบางใสแจ๋ว



เดินเพลินๆๆ ออกมาอีกทีฟ้ามืดเลยอคอวเรียม ก็ปิดซะแล้ว

 


จากที่นี่เราจะไปหาข้าวกินแถวโดทงโบริ ก็เดินย้อนกลับไปขึ้นที่สถานีรถไฟ Osakako  ไปลงที่สถานี Homachi เพื่อเปลี่ยนสายสีแดง (Midosuji Line) จากนั้นก็ลงที่สถานี Namba เลย

ออกจากสถานี Namba ก็เดินออกมาก็เดินไปตาม Namba Walk Underground แล้วข้ามไปอีกฝั่งตรงไปเรื่อยๆก็จะเจอสะพาน คูลิโกะ

คืนนี้อากาศหนาวมาก 8 องศาค่ะ เดินไปสั่นไป


ระหว่างเดินเจอร้านราเมนยื่นกิน นี่ถ้าไม่มีลูกมาด้วยจะเข้าไปอุดหนุดซะหน่อย




                       

เจอล่ะ คือไม่ถ่ายไม่ได้ชิม่ะ คือคนจะเยอะไปไหน ไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เต็มไปหมด


ถ่ายจนพอใจก็เดินมาหาข้าวเย็นกิน


 ผ่านร้านปาจิโกะเยอะเลย มีพรีเซ็นเตอร์ด้วย


มาเจอร้านราเมนเก่าแก่ เปิดมานาน หลายสิบปี เลยแวะเข้าไปกินราเมนมื้อที่สองของทริปนี้
เค็มไปหน่อยนะ....เราว่าคนญี่ปุ่นนี้กินเค็มกว่าบ้านเราอีกนะ


 จากนั้นก็หมดแรงกลับโรงแรมดีกว่า

VVVVVV
VVVV
V

อาบน้ำเสร็จก็เอาผ้ามาซักซะหน่อย

เดินออกมาหน้าโรงแรมไปทางขวามือ เจอร้านตู้ซักผ้า


ดีนะตู้ว่างพอดี มีคนมาต่อคิวเราตั่้ง 2 คน
ปั้นแห้งเราหยอดเหรียญ 100 เยน ได้ 30 นาที ปราฎกว่าไม่แห้งค่ะ ยังหมาดๆชื่นๆอยู่ เลยหยอดเพิ่ม อีก 2 เหรียญ คราวนี้แห้งสนิท



กว่าจะซักเสร็จก็ดึกมาก.....คร้อก จบทริปวันนี้














0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

statistics

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

Comment

Sponser

Formulir Kontak

ชื่อ

อีเมล *

ข้อความ *

Popular Posts